หน่วยงานด้านการจรวจสอบยาของสหภาพยุโรป ( อียู ) กล่าวว่า “ไม่มีหลักฐานชี้ชัด” ว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด จะส่งผลให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และรับรองวัคซีนแบบฉีดเข็มเดียวของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่าองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป ( อีเอ็มเอ ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ว่านับตั้งแต่อีเอ็มเอขึ้นทะเบียนการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด “เป็นกรณีฉุกเฉิน” เมื่อปลายเดือนม.ค. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน “ไม่พบหลักฐานเชิงประจักษ์”  ว่าการใช้งานวัคซีนยี่ห้อนี้จะส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรง ที่รวมถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
 
แม้มีรายงานประชาชนในหลายประเทศมีอาการดังกล่าว หลังเข้ารับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ทั้งนี้ทั้งนั้น สัดส่วนดังกล่าวไม่ได้สูงกว่าที่พบในประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หรือไม่ก็ตาม โดยจากจำนวนประชากร 5 ล้านคนในทวีปยุโรป ซึ่งได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด มีเพียง 30 คนเท่านั้น ซึ่งมีอาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
 
อย่างไรก็ตาม อีเอ็มเอยืนยันการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ประโยชน์ที่จะได้รับจากการฉีดวัคซีนมีมากกว่าการเกิดอาการไม่ถึงประสงค์ ด้วยเหตุนี้ อีเอ็มเอจึงไม่เล็งเห็น “ข้อดี” ของการระงับหรือถึงขั้นยุติการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด
  
ขณะเดียวกัน อีเอ็มเอมีแถลงการณ์อีกฉบับ ขึ้นทะเบียนเพื่อการใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบฉีดเข็มเดียว ของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจากสหรัฐ นับเป็นวัคซีนรายการที่ 4 ซึ่งผ่านการอนุมัติโดยอีเอ็มเอ ต่อจากวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค แอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด และโมเดอร์นา กระนั้นอีเอ็มเอยังคงแนะนำการใช้งานวัคซีนเหล่านี้ “มีความเหมาะสม” สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป