สตาร์ชาวบราซิลเลียนรายนี้ ต้องบอกว่าเป็นทุกอย่างของทีม ไม่ต่างกับที่ เมสซี ทำที่ บาร์เซโลนา ซึ่งในเกมนี้ที่เจ้าตัวต้องแบกความหวังในเกมรุกเอาไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียวเพราะ เอ็มบัปเป้ ยังไม่ฟิตมากพอที่จะลงเป็น 11 ตัวจริง ซึ่งภาพรวมก็จัดว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ติดอย่างเดียวตรงที่การจบสกอร์ที่เขามีจังหวะได้หลุดเดียวหลายครั้งแต่ไม่สามารถเปลี่ยนให่เป็นสกอร์ได้เลย

แต่แม้จะไม่มีประตูในค่ำคืนนี้ อดีตแข้งจากบาร์ซ่า ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงฝีเท้าของเข้าแล้วว่าเวิลด์คลาสของจริงอย่างไม่มีข้อสงสัยปารีส ทะลุสู่รอบ 4 ทีมเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ 5 นาทีในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมนี้ เพียงพอที่จะทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พลิกแซงนรกแตกเบียดชนะไปได้ 2-1 ซึ่งก็น่าเสียดายสำหรับม้ามึดอย่าง อตาลันต้า ที่เกือบจะทำได้อยู่แล้ว แต่ดันมาเสียสมาธิในช่วงท้ายเกมซะนี่และนั่นทำให้ เปแอสเช กลายเป็นทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายไปอย่างน่าเจ็บใจ โดยในรายการนี้ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสเพิ่งจะเคยทะลุเข้าสู่รอบ 4 ทีมได้เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์สโมสรเท่านั้น และจะไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แอร์เบ ไลป์ซิก และ แอตเลติโก มาดริด